ชาร์จมือถือช่วงฝนตก เสี่ยงฟ้าผ่าจริงไหม? อ.เจษฎา ตอบชัด ความจริงคืออะไร

ชาร์จมือถือช่วงฝนตก ไม่ควรเล่นไปด้วย และวางให้ห่างตัว เพราะเสี่ยงฟ้าผ่าจริงไหม? อ.เจษฎา ชี้ความจริงคืออะไร
จากกรณีชายอายุ 31 ปี ในพื้นที่ ต.บุกระสัง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิตหลังถูกฟ้าผ่าขณะอยู่ภายในบ้านและมีการระบุว่ากำลังนั่งเล่นมือถือที่เสียบสายชาร์จอยู่ ทำให้หลายคนเกิดคำถามทันทีว่า “มือถือ” หรือ “การชาร์จแบต” เป็นตัวล่อฟ้าหรือไม่
รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายประเด็นนี้ว่า โทรศัพท์มือถือ สัญญาณมือถือ รวมถึงการชาร์จโทรศัพท์ ไม่ได้เป็นตัวล่อให้ฟ้าผ่าลงมาโดยตรง แต่สิ่งที่ต้องระวังคืออันตรายจากกระแสไฟฟ้าหรือไฟกระชากที่อาจวิ่งมาตามระบบไฟฟ้าในบ้าน หากเกิดฟ้าผ่าใกล้บริเวณนั้น

มือถือไม่ได้ล่อฟ้า แต่ยังไม่ควรชาร์จตอนฟ้าคะนอง
ความเข้าใจที่ว่าเล่นมือถือแล้วจะทำให้ฟ้าผ่า เป็นความเชื่อที่ควรแยกให้ออกเป็น 2 เรื่อง เรื่องแรกคือโทรศัพท์มือถือไม่ได้ดึงดูดฟ้า ส่วนเรื่องที่สองคืออุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กอยู่ อาจเสี่ยงได้รับผลกระทบจากไฟฟ้ากระชากเมื่อเกิดฟ้าผ่าใกล้บ้าน
ข้อมูลจาก Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC ของสหรัฐฯ ระบุว่า ระหว่างเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง การใช้โทรศัพท์มือถือหรือโทรศัพท์ไร้สายถือว่าปลอดภัยกว่าโทรศัพท์บ้านแบบมีสาย แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าโดยตรง เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ หรืออุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กอยู่
ฟ้าผ่ามักเกิดกับจุดที่โดดเด่นหรือเชื่อมต่อไฟฟ้าได้
ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่คาดเดาได้ยาก แต่โดยทั่วไปมักมีแนวโน้มผ่าลงบริเวณที่โดดเด่นหรือสูงกว่าสภาพแวดล้อมรอบข้าง เช่น ต้นไม้สูง เสาไฟฟ้า อาคารสูง กระท่อมกลางทุ่ง หรือคนที่ยืนอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง
แม้ฟ้าจะไม่ได้ผ่าลงที่ตัวคนโดยตรง กระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าอาจเดินทางผ่านตัวนำต่างๆ ได้ เช่น สายไฟในบ้าน รั้วโลหะ พื้นดิน ท่อน้ำ หรือโครงสร้างบางชนิด ทำให้คนที่สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้ในช่วงฟ้าคะนองมีความเสี่ยงได้รับอันตรายทางอ้อม

ทำไมมือถือที่ถูกฟ้าผ่าถึงมีรอยไหม้หรือระเบิด?
สาเหตุที่หลายคนเข้าใจผิดว่ามือถือเป็นตัวล่อฟ้า มักมาจากกรณีที่พบโทรศัพท์มีรอยไหม้ เสียหาย หรือแบตเตอรี่ระเบิดหลังเกิดเหตุฟ้าผ่า แต่ความเสียหายลักษณะนี้ไม่ได้แปลว่าโทรศัพท์เป็นสิ่งที่ดึงฟ้าลงมา
รศ.ดร.เจษฎาอธิบายว่า เมื่อเกิดฟ้าผ่าขึ้นใกล้บริเวณหนึ่ง กระแสไฟฟ้ากำลังสูงอาจส่งผลต่อวัตถุที่เป็นโลหะหรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิดความร้อนสูง ความเสียหายต่อแบตเตอรี่ หรือทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พังได้ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่กำลังเสียบต่อกับสายไฟ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีฟ้าร้อง ฟ้าแลบ
ข้อมูลจาก National Weather Service ของสหรัฐฯ แนะนำว่า แม้อยู่ในบ้านก็ยังควรระวัง เพราะฟ้าผ่าสามารถส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบไฟฟ้า ท่อน้ำ และวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ ดังนั้นเมื่อมีฟ้าร้องหรือฟ้าแลบ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้
- ไม่ใช้หรือสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊กอยู่ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ สายชาร์จ หรือปลั๊กไฟ
- หลีกเลี่ยงการชาร์จโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงฟ้าคะนอง
- ไม่ใช้โทรศัพท์บ้านแบบมีสาย เพราะกระแสไฟฟ้าอาจเดินทางผ่านสายโทรศัพท์ได้
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำ ล้างจาน หรือสัมผัสก๊อกน้ำในช่วงพายุฝนฟ้าคะนอง
- ไม่ยืนใกล้หน้าต่าง ประตู ระเบียง หรือพื้นที่เปิดโล่งของบ้าน
- หากอยู่นอกบ้าน ไม่ควรหลบใต้ต้นไม้สูง เสาไฟฟ้า หรือสิ่งปลูกสร้างโดดเดี่ยวกลางพื้นที่โล่ง
เล่นมือถือในบ้านได้ไหม ถ้ามีฟ้าร้อง?
โดยหลักแล้ว การใช้โทรศัพท์มือถือในบ้านหรืออาคารที่ปลอดภัย ไม่ได้ทำให้ฟ้าผ่าลงมา และไม่จำเป็นต้องปิดมือถือเพียงเพราะมีฟ้าร้อง แต่ควรใช้งานแบบไม่เสียบสายชาร์จ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอุปกรณ์หรือสายไฟที่ต่อกับระบบไฟฟ้าโดยตรงในขณะฝนตก ฟ้าผ่า
พูดง่ายๆ คือ มือถือที่ใช้งานด้วยแบตเตอรี่ตามปกติไม่ได้เป็นตัวล่อฟ้า แต่การเสียบชาร์จมือถือในช่วงฝนฟ้าคะนองอาจเพิ่มความเสี่ยงจากไฟกระชาก หากเกิดฟ้าผ่าใกล้บ้านหรือใกล้ระบบไฟฟ้า
สรุป ชาร์จมือถือไม่ได้ล่อฟ้า แต่ควรถอดปลั๊กช่วงพายุ
ประเด็นสำคัญคือ “มือถือไม่ได้ล่อฟ้า” ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่อง สัญญาณมือถือ หรือการใช้งานโทรศัพท์ แต่ในช่วงที่มีฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ควรหลีกเลี่ยงการชาร์จโทรศัพท์หรือใช้อุปกรณ์ที่เสียบปลั๊กอยู่ เพราะอาจเกิดไฟกระชากผ่านระบบไฟฟ้าและทำให้อุปกรณ์เสียหาย รวมถึงเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานได้
ดังนั้น หากฝนตกหนักและมีฟ้าคะนอง วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคืออยู่ในอาคารที่มั่นคง ห่างจากหน้าต่าง ไม่สัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียบปลั๊ก และรอให้พายุผ่านไปก่อนจึงค่อยกลับมาใช้งานหรือชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ อีกครั้ง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


